facebook

วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วันนี้มาทำขนมไทย ๆ กันบ้างนะคะ ขนมกรอบเค็มสูตรอร่อย ๆ จากคุณเนินน้ำ(บล็อคแก็งค์)




ส่วนผสมแป้ง
แป้งเอนกประสงค์ 250 กรัม , หัวกะทิ 70-80 กรัม
ไข่ไก่ฟองเล็ก 1 ฟอง , น้ำปูนใส 2 ช้อนชา
น้ำมัน 1+1/2 ช้อนโต๊ะ , เกลือ 1/4 ช้อนชา

ส่วนผสมน้ำตาลเคลือบ
น้ำตาลปี๊บ 150 กรัม , รากผักชีโขลก 3-5 ราก
พริกไทยเม็ดโขลก 3-4 ช้อนชา , น้ำ 3 ช้อนโต๊ะ
แบะแซ 30 กรัม , น้ำปลา 1+1/2 - 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. ร่อนแป้งเตรียมไว้

2. ตีไข่ให้ขึ้นฟูโดยใช้ส้อมเพื่อให้ไข่แดงและไข่ขาวกระจายตัวเข้ากันดี เติมเกลือ น้ำมันพืช หัวกะทิ น้ำปูนใส คนให้เข้ากัน

3. ใส่ส่วนผสมไข่ลงในแป้งที่เตรียมไว้ นวดให้เข้ากัน
    4. ไม่ต้องพักแป้ง นำมารีดเป็นแผ่นบาง ๆ ย้ำว่าบางมาก ๆ นะคะ เวลาทอดจะได้กรอบและสีสวย ตัดเป็นชิ้นขนาดตามต้องการ  ถ้าทำปริมาณมากอาจจะวางในถาดที่โรยแป้งมันไว้ก้นถาด เพื่อรอทอดพร้อมกันก็ได้

5. ลงทอดในกะทะน้ำมันร้อน ไฟไม่ต้องแรง เวลาทอดแป้งจะพอง  แต่ถ้าน้ำมันไม่ร้อนแป้งจะด้าน ทอดจนแป้งสุกเหลืองตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมันเช็คว่าแป้งสุกดีหรือยัง
โดยหักแป้งจะเป็นเหลืองทั้งด้านนอกและใน
    6. ผสมน้ำ น้ำตาล น้ำปลา แบะแซ รากผักชี พริกไทย รวมกันในกระทะ เคี่ยวไฟไม่ต้องแรง และไม่ต้องคนน้ำตาลบ่อยเพื่อไม่ให้ตกผลึก เคี่ยวไปเรื่อย ๆ จะสังเกตว่าฟองเดือดจะละเอียด และน้ำตาลจะใสขึ้น

7. ใส่แป้งที่ทอดไว้ลงคลุกในน้ำตาลให้ทั่ว (ยังเปิดไฟอ่อน ๆ )  ให้น้ำตาลค่อย ๆ แห้ง คลุกเบา ๆ มือนะคะเดี๋ยวแผ่นแป้งจะแตกค่ะ
    8. ปิดไฟเทใส่ถาดทิ้งไว้ให้เย็น ขนมจะกรอบและขึ้นเงาสวย ไม่เป็นเกร็ดน้ำตาล ใส่ภาชนะเก็บไว้ทานได้หลายวัน หนึ่งสูตรใช้แป้งนิดเดียวทำได้สองกล่องใหญ่ ๆ เลยค่ะ
    แป้งบางกรอบอร่อย   เคี้ยวเพลิน ๆ ค่ะหอมพริกไทย ไม่เค็มมาก

วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ท้อดอง




การดองผลไม้
         
เป็นวิธีการถนอมอาหารที่ใช้ กันมานาน เพื่อชะลอการเน่าเสียของผลไม้ และเป็นการยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ได้หลายเดือนโดยไม่ต้องอาศัยห้อง เย็น จึงลงทุนน้อย ใช้เครื่องจักรน้อยและไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยีชั้นสูงในการผลิต กระบวนการดองเริ่มมีขึ้นจากความต้องการยืดอายุการเก็บอาหารเพื่อใช้ใน ระหว่างที่ไม่ใช่ฤดูกาลของผลิตผลนั้นๆ หรือเพื่อไว้บริโภคในระหว่างเดินทางไกล โดยเฉพาะการเดินเรือ นอกจากเหตุผลในการยืดอายุแล้วการดองยังทำให้เกิดลักษณะ เฉพาะในด้านกลิ่นรสที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคอีกด้วย เชื่อกันว่าแตงกวาเป็นผลิตภัณฑ์ ผลไม้ดองชนิดแรกที่ได้มีการผลิตขึ้นเมื่อ 4,500 ปีก่อนในเมโสโปเตเมีย โดยคลีโอพัตรา เชื่อว่าการบริโภคแตงกวาดองจะทำให้สวย ในสงครามกองทัพจูเลียส ซีซาร์ และนโปเลียน ใช้แตงกวาดองเป็นอาหารของกองทัพ ปัจจุบันการบริโภคผลไม้ดองยังคงเป็นที่นิยม ในประเทศสหรัฐอเมริกาผลไม้ดองที่มียอดจำหน่ายสูงสุดได้แก่ แตงกวาดอง ในอังกฤษจะนิยมใช้หัวหอมดองในอาหารและหัวบีทดองปรุงรสเป็นเครื่องเคียง สำหรับประเทศจีนมีผลิตภัณฑ์ผลไม้ดองมากมาย อาทิ radish กะหล่ำปลี พริก แตงกวา ฯลฯ ไต้หวันนิยมท้อดอง แตงกวาดอง กะหล่ำปลีดอง และ radish ดอง ญี่ปุ่นนิยม daikon, ท้อ, turnip และผักกาดดอง เกาหลีนิยมใช้กะหล่ำปลีใน การทำกิมจิ ส่วนอินเดียจะนิยมดองผลไม้หลายชนิดร่วมกัน

กระบวนการดอง
         
กระบวน การดองมีสิ่งที่สำคัญในการทำลายยีสต์ เชื้อรา และแบคทีเรียที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์เสื่อมเสีย หรือยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่ ทำให้เกิดผลต่อสีและกลิ่นรสของผลไม้ดอง กระบวนการดองจะ แตกต่างกันตามวัตถุดิบที่ใช้ดอง แต่โดยทั่วๆ ไปจะมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
รายละเอียดแต่ละขั้นตอน
         
ผัก/ผลไม้ ที่ใช้ในการดองควรมีลักษณะที่เหมาะสมในการดอง เช่น เนื้อแน่น สด สะอาด ปราศจากตำหนิหรือรอยช้ำ รูปร่างขนาดพอเหมาะ ไม่มีร่องรอยของเชื้อรา และไม่เคลือบ wax เนื่องจากน้ำดองไม่สามารถทะลุผ่าน wax จนทำให้ผลไม้ดองกรอบได้ หากจำเป็นต้องใช้จริงๆ ควรหั่นให้เป็นชิ้นๆ ก่อนการดอง นอกจากนี้หากต้องการให้ผลไม้ดองมีคุณภาพดีควร นำผลไม้มาดองมาทำการผลิตทันที หรือภายใน 24 ชั่วโมงหลังการเก็บเกี่ยวโดยเก็บรักษาในห้องเย็น หรือ เก็บไว้ในที่เย็นและอากาศถ่ายเทได้ดี ผลไม้ที่ใช้ควรเป็นผลไม้ที่ค่อนข้างดิบ เพื่อให้เนื้อสัมผัสของผลไม้ดองแน่นและกรอบ
การคัดเลือก
         
ควรมีการคัดแยกผลไม้ที่เน่า แตก หรือนิ่มเละออกเสียก่อน จากนั้นจึงคัดเลือกขนาดที่เหมาะสมในการดองเพิ่มเติม
การทำความสะอาด
          ควรทำความสะอาดเพื่อกำจัดดินที่ติดมากับผลไม้ ซึ่งเป็นแหล่งของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุทำให้ผลไม้ดองที่ได้ไม่กรอบ
กระบวนการเตรียมวัตถุดิบ
         
นอกเหนือจากการ ทำความสะอาดแล้ว ผลไม้บางชนิดจะต้องมีการตัดแต่ง และหั่นให้มีรูปร่างตามต้องการก่อนการดอง นอกจากนี้ผลไม้ดองบางชนิดที่ต้องการ ให้มีความกรอบมากกว่าปกติอาจต้องเพิ่มขั้นตอนในการแช่ผลไม้ในปูนขาว ส่วนปูนขาวจะใช้ชนิดที่ใช้สำหรับอาหาร ก่อนแช่ต้องทำให้ผลไม้เปียกเล็กน้อยเพื่อทำให้กรอบมากขึ้น จากนั้นนำมาแช่ในสารละลายปูนขาว (1/4 – 1/2 ถ้วยต่อน้ำ 1 แกลลอน) ข้ามคืน (สำหรับแตงกวา) จากนั้นล้างน้ำและแช่ผลไม้ในน้ำสะอาด 1 ชั่วโมง ล้างและแช่ซ้ำอีกรอบ เพื่อให้แน่ใจว่าปริมาณปูนขาวที่เหลืออยู่ในผลไม้ไม่เกินกว่าระดับที่เป็น อันตรายต่อร่างกาย
บรรจุขวด
          บรรจุผลไม้ใน ขวดปากกว้างที่ทำจากดิน แก้ว หรือพลาสติกเกรดที่ใช้กับอาหารที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว ไม่ควรบรรจุในภาชนะที่ทำจากอลูมิเนียม ทองแดง สังกะสี หรือ เหล็ก เพราะวัสดุเหล่านี้สามารถเกิดปฏิกิริยากับกรดหรือเกลือ ทำให้ผลิตภัณฑ์ผลไม้ดองมีสีที่ไม่ดี โดยทั่วไปภาชนะในการดองขนาด 1 แกลลอนจะสามารถใส่ผลไม้สดได้ประมาณ 5 ปอนด์ การบรรจุไม่ควรบรรจุมากเกินไป เนื่องจากจะทำให้น้ำดองล้นออกจากขวดในระหว่างการให้ฆ่าเชื้อ ซึ่งจะทำให้เกิดคราบติดที่บริเวณขอบปากขวด ทำให้ปิดขวดไม่สนิท แต่หากบรรจุน้อยเกินไป จะทำให้ไม่สามารถไล่อากาศออกให้หมด
เทน้ำดองลงในภาชนะ
         
น้ำดองที่ใช้จะมีส่วนผสมดังนี้
             - เกลือ ใช้เม็ดเกลือที่บริสุทธิ์เกรดที่ใช้ในการผลิตอาหาร ควรเป็นเกลือที่ไม่ได้เติมไอโอดีน เพราะไอโอดีนจะยับยั้งกระบวนการหมักของแบคทีเรีย
             - น้ำตาล ที่ใช้อาจเป็นน้ำตาลจากอ้อยหรือหัวบีท ควรใช้น้ำตาลทรายขาวเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่ ได้มีสีอ่อนใส ส่วนน้ำตาลทรายแดงจะทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีสีคล้ำมากขึ้นแต่กลิ่นรสแรง สามารถ ใช้น้ำผึ้งเป็นสารให้ความหวานได้ แต่เนื่องจากมีความหวานมากกว่าน้ำตาล จึงควรใช้ในปริมาณเพียง ของน้ำตาลเท่านั้น
             - เครื่องเทศ ใช้ของสด เพื่อกลิ่นรสและคุณภาพที่ดี ไม่ควรใช้เครื่องเทศที่ผ่านการบดละเอียด เนื่องจากจะทำให้ผลิตภัณฑ์มีสีคล้ำ จึงควรใช้เครื่องเทศที่เป็นชิ้นๆ บรรจุในถุงผ้าขาวบางผูกปากที่สามารถนำออกก่อนบรรจุน้ำดองใส่ในขวดดองได้
             - น้ำ ต้องสะอาด ไม่เป็นน้ำกระด้าง ปราศจากสิ่งเจือปน โดยเฉพาะสารประกอบของเหล็ก ซึ่งจะทำให้ผลไม้ดองมีสีคล้ำ
             - สารส้ม ใช้ในการเพิ่มความกรอบ ให้ใช้สารส้ม 1/8 ช้อนชา ต่อโหลขนาด 1 ควอทซ์
             - อื่นๆ เช่น กรดซิตริก วัตถุกันเสียพวกโซเดียมเบนโซเอต
          น้ำดองที่ได้จะใสไม่มีตะกอน และควรนำไปต้มเดือดที่อุณหภูมิประมาณ 76-82.2 ° C ทิ้งให้อุ่น ก่อนนำมาเทจนท่วมผลไม้ประมาณ 1-2 นิ้ว ควรใช้ไม้พลาสติก กวนภายในขวดหลังบรรจุเพื่อไล่ฟองอากาศออก เช็ดปาก ขวดด้วยผ้าสะอาด ปิดปากขวดด้วยจุกไม้คอร์ก หรือฝาให้สนิท

เก็บรักษา
         
ตลอด ระยะเวลาการเก็บ จะเกิดการหมักดองอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยระยะเวลาในการดองที่เหมาะสมจะขึ้นกับชนิดของผลไม้ รวมทั้งความต้องการทางด้านรสชาติของผู้บริโภค
การฆ่าเชื้อ
          หลังจาก ดองได้ที่แล้วจะนำผลิตภัณฑ์มาให้ความร้อน เพื่อหยุดกระบวนการหมักและทำลายแบคทีเรียที่จะทำให้เกิดการเสื่อมเสียของ ผลิตภัณฑ์ เนื่องจากผลิตภัณฑ์มีความเป็นกรดสูงจึงใช้ความร้อนในระดับพาสเจอร์ไรซ์เท่า นั้น วิธีการทำ คือการวางภาชนะบรรจุผลไม้ดองในอ่างน้ำร้อนอุณหภูมิ 48 - 6 0 ° C เติมน้ำร้อนใน อ่างน้ำร้อนให้มีระดับสูงกว่าระดับของขอบบนภาชนะ 1 นิ้ว เพิ่มอุณหภูมิของน้ำร้อนจนถึง 82-85 °C จึงเริ่มจับเวลา ใช้เวลาในการฆ่าเชื้อนาน 30 นาที จึงนำขวดออกจากอ่างน้ำทันที

กระเทียมโทน ดองสามรส


กระเทียมยังเป็นสมุนไพรแก้ไขบรรเทาปัญหาสุขภาของชาวบ้านมาโดยตลอด หมอพื้นบ้านไทยใช้กระเทียมสดรักษาโรคผิวหนัง กลาก เกลื้อน โรคบิด ป่วง แก้ไอ และกระจายโลหิต กระทั่งเป็นที่สรุปได้ว่า กระเทียมเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณเด่น 2 ประการ คือ ใช้ทารักษาโรคผิวหนัง และรับประทานแก้โรคความดันโลหิตสูง
การศึกษาทดลองคุณสมบัติทางเภสัชวิทยาในระยะหลัง พบว่า กระเทียมมีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคได้อีกหลายอย่าง แต่การนำมาใช้ประโยชน์ให้ได้ผลอย่างจริงจังยังจะต้องมีการศึกษาผลทางคลินิก วิทยาให้ถ่องแท้เสียก่อน
เอกลักษณ์/จุดเด่นผลิตภัณฑ์

             กระเทียมโทนดองบ้านป่าไผ่ มีคุณสมบัติที่โดดเด่นด้านรสชาดอร่อย มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ได้รับการับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา เป็นกระเทียมที่ผ่านกระบวนการการดองโดยวิธีธรรมชาติ ไม่ใส่สารเจือปนใดๆ ปราศจากสารพิษตกค้าง ผู้บริโภคจึงมั่นใจได้ว่ากระเทียมโทนดองป่าไผ่สะอาดและปลอดภัย เหมาะสำหรับทุกคนที่จะนำไปรับประทาน และเลือกซื้อหาไปเป็นของฝากได้อีกด้วย

วัตถุดิบและส่วนประกอบ
                กระเทียมโทน 1,000 กก./ปี กระเทียมโทนใช้ระยะเวลาในการหมัก 2 เดือน ส่วนผสม : กระเทียมโทนดอง 1 ไห
1. กระเทียมโทนสด 12 กิโลกรัม
2. น้ำต้มสุก 1 กิโลกรัม
3. เกลือ 1 กิโลกรัม
4. น้ำตาล 3 กิโลกรัม
5. น้ำส้มสายชู 100 กรัม
ขั้นตอนการผลิต

1. จัดซื้อกระเทียมโทนที่มีคุณภาพดี
2. นำกระเทียมโทนมาทำความสะอาดคัดขนาดให้ได้มาตรฐาน
3. นำมาบรรจุลงไหใส่น้ำเกลือลงไป ปิดฝา
4. แช่ในตู้แช่ประมาณ 30 วัน
5. นำกระเทียมโทนออกจากไห ล้างให้สะอาด
6. เอาออกมาพักให้สะเด็ดน้ำแล้วบรรจุใส่ขวด
7. น้ำส้มสายชู+น้ำตาล
8. ปิดฝาขวดให้สนิทแล้วนำไป
9. ติดฉลากพร้อมขาย
 เทคนิค/เคล็ดลับในการผลิต

          ใช้กระเทียมสดคุณภาพดี ไม่งอก การผลิตที่สะอาด ได้มาตรฐาน ไม่ใช้สารฟอกสีและสารบอเรกซ์ ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีรสชาติอร่อย ไร้สารตกค้าง สะอาด ถูกหลักอนามัย และเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตมีความทันสมัย สามารถเก็บไว้ได้นาน และเป็นผลิตภัณฑ์ที่หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด และมีแรงงานที่มีความชำนาญในการคัดเลือกโดดเด่น โดยเฉพาะจะขึ้นอยู่กับแรงงานที่มีความรู้ความชำนาญในการผลิตซึ่งทำให้ได้ สินค้าที่มีคุณภาพ

วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

กระเทียมโทนดองน้ำผึ้ง



กระเทียมโทนดองน้ำผึ้ง
เอกลักษณ์              
                -มี 3 รส (เปรี้ยว หวาน เค็ม)
                -มีความกรอบ และความฉุนของกระเทียม
                -เก็บได้นาน  โดยไม่ใช้สารกันบูด 
                -เป็นสมุนไพร
                -สะอาดได้รับมาตรฐาน อย.
กระบวนการผลิต
1.นำกระเทียมที่เตรียมไว้  แกะเปลือกล้างทำความสะอาด  จากนั้นนำมาผึ่งลมพอหมาดๆ
2.นำกระเทียมโทนมาแช่ในน้ำปูนใส  เพื่อจะทำให้กระเทียมมีความกรอบ  ล้างน้ำให้สะอาดนำมาผึ่งลมให้แห้งพอหมาดๆ
3.เตรียมน้ำ น้ำตาล เกลือ น้ำส้มสายชู  ตั้งไฟพอเดือด ยกลงกรองให้สะอาด พักไว้ให้เย็น
4.ตรียมภาชนะบรรจุ  นำกระเทียมโทนใส่ภาชนะบรรจุ  นำน้ำสำหรับดองที่เตรียมไว้  เทใส่ภาชนะที่เตรียมไว้   เทน้ำดองที่เตรียมไว้เทใส่ภาชนะที่ผสมกับน้ำผึ้งและปิดฝาให้สนิท
5.ดองไว้ประมาณ  3  เดือน นำออกมารับประทานได้ 

ข้าวซอย




ข้าวซอย อาหารยอดนิยมอีกหนึ่งเมนูจากภาคเหนือของเรานั้นเอง บะหมี่ที่ลวกกำลังดีในน้ำซุปเครื่องแกงที่รสชาติเข้มข้นหอมกลิ่นเครื่องเทศ ที่ยากจะอดใจไหว ทานกับเครื่องเคียงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ผักกาดดอง หอมแดง มะนาว รับรองว่าเมนูนี้ถูกปากทุกคนแน่นอน สูตรข้าวซอยไก่ สูตรข้าวซอยเนื้อล้วนแล้วแต่มีวิธีการทำที่ใกล้เคียงกัน มาเริ่มทำกันเลยค่ะ
ส่วนประกอบและเครื่องปรุงข้าวซอย
1. เนื้อสัตว์ 1/2 กิโลกรัม (เลือกได้ตามความต้องการค่ะ ในที่นี้ใช้เนื้อวัวค่ะ)
2. บะหมี่ (เขย่าแป้งนวลออกให้หมด) 5 ก้อน
3. ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
4. เกลือป่น 2 ช้อนชา
5. ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
6. กะทิ (หัว 2 ถ้วย หาง 4 ถ้วย) 500 กิโลกรัม
7. น้ำตาล 2-3 ช้อนชา
ส่วนประกอบและเครื่องปรุงเครื่องแกงข้าวซอย
8. ชะโก – ลูกเฉาก๊วย (แกะเปลือกคั่ว) 3 ลูกใหญ่
9. ขิง (ซอย-คั่ว) 1 ช้อนโต๊ะ
10. พริกแห้งเม็ดใหญ่ (แกะเม็ด-หั่นชิ้นเล็ก-คั่ว) 2 เม็ด
11. เกลือป่น 1 ช้อนชา
12. ลูกผักชี (คั่ว) 2 ช้อนโต๊ะ
13. หอมแดง (หั่น-คั่ว) 1/2 ถ้วย
14. ขมิ้นชัน (ซอย-คั่ว) 1 ช้อนโต๊ะ
ส่วนประกอบและเครื่องปรุงเครื่องเคียงข้าวซอย
15. ผักกาดดอง (ล้าง-ใช้ส่วนก้านกันเป็นชิ้นเล็กๆ) 1 ถ้วย
16. หอมแดง (ผ่าสี่ ถ้าหัวใหญ่ตัดครึ่ง) 1 ถ้วย
17. พริกป่นผัดน้ำมัน 4 ช้อนโต๊ะ
ขั้นตอนและวิธีทําข้าวซอย
1. นำส่วนประกอบของเครื่องแกงคั่วรวมกัน (ชะโก คั่วลูกผักชี ขิง พริกแห้ง หอม ขมิ้นคั่วรวมกัน)
2. จากนั้นโขลกเครื่องแกงทั้งหมดให้ละเอียด
3. นำหม้อใส่หางกะทิตั้งไฟ หมั่นคนเสมอ พอเดือด ใส่เกลือ และเนื้อลงไป รอให้เดือด จากนั้นหรี่ไฟเคี่ยวต่อให้นุ่ม
4. จากขั้นตอนที่ 3 ให้ช้อนกะทิลอยหน้าออก 1/4 ถ้วย ใส่ลงในกะทะตั้งไฟ ใส่เครื่องแกงที่โขลกลงไป ผัดจนหอม
5. เทเครื่องแกงที่ผัดจนหอมใส่หม้อต้มเนื้อ รอดูให้เนื้อเปื่อย จึงเติมหัวกะทิ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ (ชิมรสถ้าอ่อนให้เติมด้วยเกลือ)
6. ลวกเส้นบะหมี่ 4 ก้อน ในน้ำเดือดให้นุ่ม นำไปผ่านน้ำเย็น ยกขึ้นสะเด็ดน้ำ จะได้เส้นที่เหนียวนุ่มขึ้น
7. อีก 1 ก้อน นำไปทอดในน้ำมัน ให้เหลืองกรอบ ประมาณ 3-5 วินาที ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน พอเย็นแล้วใส่เก็บใส่หม้อปิดฝาเพื่อให้กรอบ ไม่เหนียว
8. สุดท้ายนำบะหมี่ลวกใส่ชามแกง วางหมี่กรอบข้างบน ตักน้ำแกงใส่ถ้วยแยกวางบนจานรอง เสริฟพร้อม หอมแดง ผักกาดดอง พริกผัดน้ำมัน เป็นอันเสร็จเรียบร้อยพร้อมรับประทาน

แมคคาเดเมีย






ข้อมูโภชนาการของแมคคาเดเมีย[แก้]

เมื่อเปรียบเทียบกับถั่วชนิดอื่น ๆ แล้ว เช่นอัลมอนด์และ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ แมคคาเดเมีย มีไขมันสูงและโปรตีนต่ำแต่มีจำนวนของไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวสูงที่สุด ซึ่งมีประโยชน์มากมีปริมาณ 22% ของกรดโอเมก้า 7ซึ่งมีผลทางชีวภาพคล้ายกับไขมันอิ่มตัว
นอกจากนี้ยังมีโปรตีน 9% คาร์โบไฮเดรต 9% และใยอาหาร 2% เช่นเดียวกับแคลเซียม ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม โซเดียม ซิลิเนียม เหล็ก วิตามินบี และไนอาซิน
แมคาเดเมียมีระดับของกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวสูงที่สุดในอาหารเชิงพาณิชย์ต่างที่เป็นธรรมชาติ
แมคคาเดเมียไม่มีคอลเสลเตอรอล
แมคคาเดเมียไม่มี Trans fatty acid
กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวเป็นไขมันที่ 'ดี' และได้มีการวิจัยไว้ว่า สามารถลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด รวมทั้งการเสริมสร้าง การปกป้องการเพิ่มขึ้นของปริมาณ lipoproteins ซึ่งระดับคอเลสเตอรอลและไลโปโปรตีนนั้น เป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
การเก็บรักษา[แก้]

การเก็บเพื่อรักษาคุณภาพที่ดีของแมคคาเดเมียนั้น แตกต่างจากถั่วประเภทอื่น ๆ เป็นอย่างมาก ทั้งนี้เนื่องจาก ส่วนประกอบที่ละเอียดอ่อนสารอาหาร และปริมาณน้ำมันที่มีอยู่ในแมคคาเดเมีย แมคคาเดเมียที่ยังไม่ผ่านการอบนั้น ต้องเก็บรักษาในสภาพสิ่งแวดล้อมที่มีระดับความชื้น และออกซิเจนมรีต่ำมาก ด้วยการลดระดับปริมาณออกซิเจนนั้น ทำให้ค่าเปอร์ออกไซด์นั้นลดลง ซึ่งค่าเปอร์ออกไซด์เป็นตัวชี้วัดกลิ่นหืนของแมคคาเดเมีย ด้วยการลดระดับความชื้นนั้น ทำให้แมคคาเดเมีย ไม่สูญเสียความกรอบนุ่มของเนื้อแมคคาเดเมีย
เมื่อเปิดบรรจุภัณฑ์ของแมคคาเดเมียแล้ว ควรเก็บรักษาไว้ในภาชนะสำหรับใส่อาหารที่ปิดสนิทหรือควรเก็บรักษาใน อุณหภูมิ ที่ใกล้เคียง ศูยน์องศาเซลเซียส เพื่อเป็นการลดระดับของ การดูดซับความชื้น และกลิ่นหืนได้